วันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2551

เพลง วันสมานมิตร

วันพุธที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2551

วันอังคารที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2551

Do Re Me !

Doe, a deer, a female deer,
Ray, a drop of golden sun,
Me, a name I call myself,
Far, a long, long, way to run,
Sew, a needle puling thread,
La, a note to follow sol,
Tea, a drink with jam and bread
And that brings us back to doh, oh, oh, oh

วันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ไม่อยากจะตั้งชื่อเรื่อง

เริ่มจากเรื่องของการทำงานก่อนแล้วกัน ตอน ม.สี่. เราเป็นสต๊าฟฟ์ชุมนุมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ. ช่วงนั้นเป็นช่วงแรกๆ ที่เราเพิ่งเข้าชุมนุมนี้. งานแรกที่เรากับเพื่อนๆ ช่วยกันทำก็คือ จัดบอร์ดนิทรรศการเล็กๆ เกี่ยวกับวันสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอะไรซักอย่างก็จำไม่ได้แล้ว. เป็นบอร์ดให้ความรู้ซักสามสี่บอร์ด ตั้งอยู่ที่ศาลาเอนกประสงค์ของโรงเรียน. ระหว่างที่บอร์ดยังตั้งแสดงอยู่ก็มีรุ่นพี่ของชุมนุมไปดู. แล้วพอหมดงานก็ถึงเวลาสรุปงาน เค้าก็มา ... มาพร้อมกับสิ่งที่เค้าเรียกว่าคำด่า แต่สำหรับเราเป็นคำแนะนำที่ดีมากในชีวิตเลยทีเดียว. เราเองก็จำไม่ได้ละเอียดหรอกว่าพี่คนนั้นเค้าว่าอย่างไรบ้าง แต่คร่าวๆ คือ พี่คนนั้นเค้าเริ่มพูดตั้งแต่สีของพื้นหลังบอร์ด ว่าทำไมใช้สีนี้ๆ ควรไม่ควรอย่างไร, บอร์ดเอาไปตั้งตรงนั้นได้อย่างไร จะมีคนไปอ่านเหรอ, บอร์ดที่ทำไม่มีจุดเด่นเลย ทำไมไม่สร้างจุดเด่นให้กับบอร์ด เอาต้นไม้ไปตั้งๆ ว่างๆ ให้ดูดีหน่อยก็เด่นแล้ว, บอร์ดมีแต่ตัวหนังสือ ใครเค้าจะไปยืนอ่าน น่าจะมีรูปภาพเยอะกว่านี้. เหล่านี้คือคำตำหนิจากรุ่นพี่ที่ไม่ได้คำนึงเลยว่านึ่เป็นเพียงแค่งานแรกของเราเท่านั้น. เราไม่อยากไปตัดสินหรอกว่าวัฒนธรรมขององค์กรแบบนี้ดีหรือไม่ แต่เราแค่อยากจะบอกว่า เราเจอมาแบบนี้.

ทำไมเราถึงเริ่มต้นด้วยเรื่องนี้ ? เพราะเราต้องการจะโยงไปถึงสิ่งที่เพื่อนๆ ชอบบอกกันว่า รุ่นพี่มีแต่ด่าๆๆ. สำหรับเราสิ่งที่รุ่นพี่ว่าๆ มานั้น แรงน้อยกว่าสิ่งที่เราเคยประสบพบเจอในการทำงานแต่ก่อนเสียอีก. และอย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าเราไม่เรียกถ้อยคำตำหนิอย่างนั้นว่าคำด่าหรอก เราเรียกว่าคำแนะนำ เพราะสิ่งที่พี่เค้าว่ามานั้น ไม่ได้ออกมาจากใจที่เป็นอกุศล หรืออาฆาตแค้นพวกเราแต่อย่างใด.

เราขอยกตัวอย่างเรื่องเรื่องนึง เป็นเรื่องตอนพวกเราจัดรับน้องรุ่นที่ 6 กัน. จำได้หรือไม่ว่ามีกิจกรรมฐานนึง ที่ปิดตาน้องแล้วพาน้องเดินไปยังที่ต่างๆ แกล้งน้องบ้าง อะไรบ้าง. ระหว่างที่น้องถูกปิดตา พวกเราก็แกล้งน้องกันสารพัด เอาใบไม้บ้าง กิ่งไม้บ้างไปเสียงหูน้อง เสียงผมน้อง. หลังจากกิจกรรมนั้นเสร็จสิ้นไป มีรุ่นพี่เข้ามาตำหนิพวกเรา เราไม่แน่ใจว่ามีเพื่อนกี่คนที่มีรุ่นพี่เข้ามาพูดเรื่องนี้ด้วย. เรื่องที่เค้าตำหนิก็คือ ทำไมซี้ซั้วเอาอะไรก็ไม่รู้ไปทัดหูน้อง ไม่รู้เหรอว่าต้องใช้ใบจามจุรีเท่านั้น ! เพื่อนเราคนนึงก็บ่นว่า อะไรหนิ เรื่องแค่นี้เอง ทำไมต้องว่ากันด้วย ใครจะไปรู้ล่ะ. เราไม่เห็นด้วยกับคำพูดของเพื่อนคนนี้ซักเท่าไหร่ เพราะเราคิดว่าสิ่งที่เราไม่รู้ และมีคนบอกให้เรารู้ เราก็ควรยอมรับฟังเอาไว้ สิ่งที่เราทำพลาดไป ก็อย่าให้มันเกิดอีก. จะมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กน้อยก็ไม่เชิง เพราะเราถือว่าเป็นวัฒธรรม ประเพณี และเป็นเอกลักษณ์ที่ดีงามอย่างหนึ่งของความเป็นจุฬาฯ ถ้าเราละเลยไม่ปฏิบัติตาม รุ่นน้องต่อๆ ไปก็คิดว่ามันไม่มี ไม่เคยมี ก็จะละเลยกันต่อไปเป็นรุ่นๆ แล้วสุดท้าย สิ่งนี้ก็จะหายไปจากสารบบ. การที่รุ่นพี่เตือนเราในเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้องสมควรทำอยู่แล้ว เพราะสิ่งที่เราทำลงไปนั้นเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงกาล.

วันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

น้ำค้างกลางตะวัน

มีเพลงเก่าๆ เพราะๆ มารำลึกกันอีกแล้ว
คราวนี้คือเพลง น้ำค้างกลางตะวัน ของนักร้องสาวเสียงดี โฟร์ท - นฤมล จิวังกูร
เพลงนี้ฟังเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ ฟังกี่ทีก็เพราะทุกที :)

น้ำค้างกลางตะวัน

หยดน้ำ เพียงละอองที่ใครก็มองผ่าน ถูกแสงดวงตะวันก็คงต้องแห้งไป
แต่ขอเพียงแค่เสี้ยงหนึ่ง ซึ่งได้ใช้มันไป เพื่อให้ดอกไม้นั้นไม่ร้อนรน

กับรักฉันที่มีที่มันไม่ยิ่งใหญ่ อาจไม่ช่วยอะไรเมื่อเธอนั้นทุกข์ทน
แต่ขอเพียงให้รู้ว่า วันที่ฟ้าเธอหม่น ขอเป็นหนึ่งคนที่ไม่ทิ้งกัน

ไม่ว่าเธอมีใคร ในหัวใจฉันมีเธอ ชีวิตจะมีแต่เธอเท่านั้น
จะอยู่จะคอยเป็น ดั่งน้ำค้างกลางตะวัน ห่วงใยเธอจนวันสุดท้าย

กับรักฉันที่มีที่เธอนั้นมองผ่าน จากนี้ไปจนวันที่ฉันไม่หายใจ
อย่างน้อยเสี้ยวชีวิตหนึ่ง ก็ได้ใช้มันไป ใช้มันหมดใจเพื่อจะรักเธอ

ไม่ว่าเธอมีใคร ในหัวใจฉันมีเธอ ชีวิตจะมีแต่เธอเท่านั้น
จะอยู่จอคอยเป็น ดั่งน้ำต้างกลางตะวัน ห่วงใยเธอจนวันสุดท้าย

กับรักฉันที่มีที่เธอนั้นมองผ่าน จากนี้ไปจนวันที่ฉันไม่หายใจ
อย่างน้อยเสี้ยวชีวิตหนึ่ง ก็ได้ใช้มันไป ใช้มันหมดใจเพื่อจะรักเธอ

อย่างน้อยคนที่ไม่มี ไม่มีค่าเท่าไหร่ ก็ยังภูมิใจที่ได้รักเธอ

Download น้ำค้างกลางตะวัน

วันพฤหัสบดีที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2551

SK JJ DAY

ขอเชิญ ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน และผู้ปกครอง ร่วมงาน
SK JJ DAY
ซึ่งในงานจะมีการขายของ ของชุมนุมต่างๆ มากมาย
งานนี้จัดขึ้นเพื่อให้ชุมนุมต่างๆ มีรายได้เพื่อใช้ในการจัดกิจกรรมต่างๆ, นิทรรศสวนฯ
งานจะจัดบริเวณ อาคาร 123 ปีชั้น 1
เวลา 11.00 - 12.40 น. และ 13.10-17.00 น.
วันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม 2551

49660

อยากไปช็อปงิ - -''
แต่ไปไม่ได้ ไกลเกิ๊น

วันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2551

วิธีทรมานแมลงสาบ

ช่วงนี้เพิ่งกลับมาที่หอพักหลังจากปิดเทอมไปเป็นเวลาสามเดือน ก็เลยได้พบแมลงสาบอยู่ในห้องบ้าง รวมไปถึงได้ยินว่ามีแมลงสาบอยู่ในห้องของเพื่อนบ้าง จึงนึกขึ้นมาได้ว่าเคยอ่านเรื่องวิธีทรมานแมลงสาบ ก็เลยหยิบหยกขึ้นมาเผื่อบางคนยังไม่เคยได้อ่าน

วิธีทรมานแมลงสาบ

เริ่มด้วย ถ้าพบเห็นมันวิ่งพล่านภายในบ้าน ให้เราวิ่งไปหยิบแก้วที่ไม่ค่อยใช้แล้ว จากนั้นอาศัยจังหวะที่มันเผลอ รีบเอาแก้วครอบมันอย่างรวดเร็ว ถ้าแม้ว่าจะทับขามันซักข้างก็คงไม่เป้นไร . . . สม!! แล้วทำการเขย่าถูไปถูมากับพื้น โดนที่ปากแก้วต้องคว่ำอยู่ห้ามให้มันหนีออกมาได้เด็ดขาด มันจะเริ่ม ฉงนงงงวยจากการที่เราใส่อารมกับมันมากไป จะทำให้ปากแก้วทับขามันอีกซัก สอง ข้าง ก็ไม่เป้นไร ช่างมันไม่ต้องไปสนใจ และให้รีบวิ่งไปหยิบอุปกรณ์ทรมานดังต่อไปนี้

  1. น้ำหอม
  2. กาวยาง (อนุโลมให้ใช้กาวลาเท๊กขวดละ 5 บาท ได้
  3. ไบก้อนเขียว
  4. เทียนไข พร้อมไม้ขีดไฟ
  5. แป้งเย็นตรางู
  6. *สำคัญมาก คือ กระจกเงา

เอาล่ะ...เมื่อได้ของที่เราต้องการมาพร้อมแล้ว ***ช่วงที่เราไปเตรีมอุปกรณ์นี่ย เจ้าแมงสาบมันคงตะเกียกตะกาย เพื่อหาทางออกอย่างสุดชีวิต ตามสัญชาติญาณของมัน จนกระทั่งมันท้อแท้กับชีวิต หมดสิ้นหนทางที่จะดิ้นรนต่อไป พูดง่ายๆตามภาษาแมงสาบ "เมิงฆ่า***ซะเหอะ" เท่านี้เราก็ไม่ต้องไปบังคับอะไรมันมาก เนื่องจากมันหมดเรี่ยงแรงที่จะต่อสู้ขัดขืนแล้ว ซ้ำยังพิการจากการที่ถูกปากแก้วทับขามันอีก...ฮี่ฮี่ฮี่ เอาล่ะ เริ่มการทรมานได้

เอากาวยาว(ลาเท๊ก) หยอดลงบนพื้นข้างๆแก้วที่ปิดมันไว้ บรรจงหยดให้มีปริมาณเท่าๆกับตัวของแมงสาบโง่ตัวนั้น แล้วค่อยๆเลื่อนแก้วมาครอบกาวที่เราหยดไว้ ทีนี้มันจะพยายามขัดขืนเฮือกสุดท้ายนิดนึง ด้วยการดิ้น อิอิ จนมันไปติดกาวที่เราหยดไว้.. ทันทีที่มันติด ให้เราค่อยๆแง้มปากแก้ว เพื่อที่ให้มันดีใจขึ้นมานิสสสนึงแล้วดิ้นเฮือกสุดท้าย แต่มันสายไปเสียแล้ว ร่างของมันทุกพันธนาการไว้อย่างแน่นหนา

จากนั้นบรรจงฉีดไปก้อนเขียวเข้าไปนิดนึง ...ย้ำ!!! นิดเดียว เอาแค่พอมึนส์ๆทิ้งไว้ซักระยะ (กะว่ามันคงอยากจะอ้วกเต็มที) เราก็ฉีดน้ำหอมเข้าไปเป้นการปลอบใจ... ช่วงนี้เราจะเห็นหน้าของมันยิ้มอย่างมีความสุขเหมือนอยู่บนสวรรค์ หารู้ไม่ว่า... ตอนนี้มันไม่สามารถขยับไปไหนได้อีกแล้ว เพราะกาวจะแห้งพอดิบพอดี... ตอนนี้ก็เอาแก้วที่ครอบออกได้เลย เป้นการปลดปล่อยพันธนาการให้กับมัน ตอนนี้เราจะเห็นมันพยายามที่จะลุกขึ้น... ฮ่าๆๆ เสียใจโว้ยยย ขยับไม่ได้ล่ะซ๊. ฮี่ๆ ถ้าสังเกตดีๆท่านจะเห้นน้ำตาคลอเบ้า ตาแดงกล่ำ ด้วยความแค้นสุดๆ. . .

เราจึงค่อยๆ ช่วยให้มันร้องไห้ออกมาได้อย่างเต็มที่ ด้วยน้ำตาเทียน. . . ใช่ครับ จุดเทียนที่เราเตรียมมา แล้วค่อยๆหยดลงบนตัวมัน ทีละหยด ทีละหยด...อิ อิ หยดแรกที่แทรกผ่านอากาศ และด้วยแรงโน้มถ่วงของโลก ลงไปกระทบที่ตัวมัน ดัง (แปะ) คุณจะเห็นอาการปวดแสบปวดร้อนดิ้นทุรนทุรายของมัน เนื่องจากน้ำตาเทียนจะร้อนมาก (ไม่เชื่อลองหยดใส่แขนสิ)

แต่เราจะมีวิธีช่วยให้มันหายร้อน ด้วย แป้งตรางู... หึ หึ โรยมันลงไปเลยครับ คิดว่าเหมือนคุณโรยพริกไทยลงในกระเพราะปลานั่นแหล่ะ... คุณจะเห้นมันสบัดหน้า เนื่องจากแป้งเข้าตา ... 555+ เหมือนรายการระเบิดเถิดเทิงเลยครับ... ตัวขาวไปหมด น่ารักน่าชังซะนี่กะไร...

แล้วสุดท้ายเอากระจกมาให้มันส่อง มันก็จะตรอมใจตายในที่สุด เมื่อเห็นสารรูปตัวเอง ในกระจกเงา

ที่นำมาให้อ่านนี่ไม่ใช่ว่าจะให้ไปจับแมลงสาบมาทรมานอย่างนี้จริงๆ นะคับ แค่อยากให้ความบันเทิงเฉยๆ