วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2551

"ไฮสคูล คัพ ปี 2” คัดเลือก กทม. รอบรอง บิ๊กแมทช์ มันส์ระดับ 5 ดาว เด็กสวนฯพบเด็กเทพฯ

“ไฮสคู ล คัพ ปี 2”  คัดเลือก กทม. รอบรอง บิ๊กแมทช์ มันส์ระดับ 5 ดาว เด็กสวนฯพบเด็กเทพฯ  สุรศักดิ์ ฯ พบ ศึกษานารี เสาร์ที่ 20 นี้  ที่สนามเทพหัสดิน ทีมชนะเข้าชิงแชมป์ทันที พร้อมรับเงินรางวัล ดาวซัลโวทุกภาคคว้าเงินหมื่น จากสยามคูโบต้า

การแข่งขันฟุตบอลเยาวชน อายุไม่เกิน 18 ปี ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2551 “THAILAND HIGH SCHOOL FOOTBALL NATIONAL CHAMPIONSHIP 2008” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร หรือที่เรียกกันสั้นๆว่า “ไฮสคูล คัพ” ซึ่งปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันโดยขณะนี้มีการแข่งขันในรอบคัดเลือกกรุงเทพมหานคร มีทีมโรงเรียนเข้าร่วม 32 ทีม แข่งระหว่างวันที่ 9 – 21 ธ.ค. 51  และในวันเสาร์ที่ 20 ธันวาคมนี้ ได้มาถึงรอบรองชนะเลิศ โดยมี 4 ทีมสุดท้าย ที่สามารถฝ่าด่านแข้งเข้ามาได้คือ ทีม ร.ร.สวนกุหลาบวิทยาลัย ร.ร. เทพศิรินทร์  ร.ร. สุรศักดิ์มนตรี และ ร.ร. ศึกษานารี  โดย คู่ที่น่าสนใจในรอบนี้ คือการพบกันระหว่าง “รองแชมป์เก่า” ทีมร.ร.สวนกุหลาบวิทยาลัย กับ ทีมลูกแม่รำเพย ร.ร.เทพศิรินทร์ อดีตมหาอำนาจลูกหนังขาสั้นนักเรียนและยังเป็นทีมในเครือจตุรมิตรสามัคคีด้วย กัน ใครชนะเข้าชิงชนะเลิศทันที  โดยทั้ง 2 ทีมจะแข่งขันเป็นคู่แรกในเวลา 13.00 น. ที่สนามเทพหัสดิน แฟนคลับของทั้งสองทีมไม่ควรพลาดบิ๊กแมทช์ห้าดาวส่งท้ายปี 2551 นี้

ส่วน คู่ที่สอง ในเวลา 15.00 น. จะเป็นการพบกันระหว่าง สิงห์ร้ายจากถนนวิภาวดี รร.สุรศักดิ์มนตรี พบกับทีม ดาวรุ่งจากฝั่งธนฯ ร.ร. ศึกษานารี  โดยการแข่งขันหากเสมอกันในเวลา 90 นาที จะทำการยิงลูกโทษตัดสิน เพื่อหาทีมเข้าชิงชนะเลิศ ต่อไปในวันที่ 21 ธันวาคม โดย เริ่มคู่ชิงที่ 3 ในเวลา 13.00 น. และคู่ชิงชนะเลิศในเวลา 15.00 น.

http://www.highschoolcup.com/ 

อยากไปดูมากๆ แต่เสียดาย อยู่ไกลเกิน

วันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2551

ย้อนข่าวบัวชมพูประกาศแต่งงาน

หลังจากที่ post เพลงเพื่อไว้อาลัยให้กับความโสดของบัวชมพู เราก็รู้ว่าแม้จะถูกล้อมรอบด้วยเขา แต่ข่าวสารก็เข้าถึง ผิดกับบางคนที่อยู่ในที่ราบลุ่ม แต่กลับไม่ได้รับข่าวสาร วันนี้จึงไปขุดข่าวที่ออกมาหลายวันก่อนโน้น มา post เพื่อให้หลายๆ คนกระจ่าง

"บัวชมพู" ประกาศสละโสด" บัวชมพู" เตรียมลั่นระฆังวิวาห์กับหนุ่มนักธุรกิจส่งออก ในวันที่ 21 พ.ย. นี้ ณ โรงแรมโอเรียลเต็ล หลังคบหาดูใจกันกว่า 5 ปี เผยฝ่ายชายทุ่มสร้างเรือนหอราคา 50 ล้าน...

วันนี้ (8 ก.ย.) ที่ตึกแกรมมี่ "บัวชมพู ฟอร์ด" นักร้องนักแสดงชื่อดังวัย 28 ปี แถลงข่าวประกาศแต่งงานกับนักธุรกิจหนุ่ม "สมประสงค์ สหวัฒน์" กรรมการบริหารกลุ่มบริษัททวนชัย ส่งออกเฟอร์นิเจอร์ วัย 32 ปี ในวันที่ 21 พ.ย. นี้ ณ โรงแรมโอเรียลเต็ล หลังคบหาดูใจกันมานานกว่า 5 ปี

บัวชมพู เปิดใจด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า วันนี้ตื่นเต้นที่สุดที่พี่ๆ นักข่าวมากันเยอะ พอประกาศแต่งงานคนก็เริ่มมีฟีดแบ็ก แต่เราไม่ได้เพิ่งคุยกันเรื่องนี้ ได้แจ้งให้ทางผู้ใหญ่แกรมมี่ทราบตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว มีการคุยกันเรื่อยมา เพื่อหาช่วงที่เหมาะสมที่สุดเพื่อแจ้งต่อสื่อมวลชน

“ถามว่าทำไมเจ้าบ่าวถึงเป็นคนนี้ ต้องย้อนหลังไปเมื่อ 5 ปีก่อน รู้จักกันผ่านเพื่อนของเพื่อนอีกที เพื่อนก็มาบอกว่ามีคนอยากคุยด้วย พอดีช่วงนั้นโสดค่ะ ก็โอเค มีคุยด้วยก็ไม่เห็นแปลกตรงไหน ก็ได้คุยกันเรื่อยมาโดยไม่เห็นหน้าไม่รู้จัก จนมาเจอกันก็ชวนเพื่อนไปถล่มจะดูว่ามีความกล้าแค่ไหนที่มาจีบเราเป็นคนในวง การก็ต้องมีความกล้าพอสมควร เพราะบัวก็มีรัศมีความโหด ที่คนอาจจะเห็นแล้วไม่กล้าเข้ามาคุย ซึ่งเขาโอเคเป็นคนที่มีความกล้า แต่ไม่ได้มีปิ๊งรักแรกพบนะ ด้วยความที่คุยแล้วเกิดความเข้าใจสบายใจที่คบกันเป็นตัวของตัวเอง ก็คุยกันเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ แต่เขาขอแต่งงานเมื่อไหร่ บัวจำไม่ได้ค่ะ ด้วยความที่คุยเล่นกันตลอด คุยกันเหมือนเพื่อน ก็ตั้งแต่คบกันมาเพิ่งแน่ใจได้ไม่นาน สำหรับบัวนะ มันถึงจุดๆ หนึ่งที่เรามีความมั่นใจก็เลยคิดว่าเป็นคนนี้”

สำหรับเรื่องสินสอด บัวชมพูกล่าวว่า เป็นเรื่องของผู้ใหญ่จัดการ ขณะที่เรือนหอที่ลือกันว่ามีราคา 50 ล้านบาทนั้น เจ้าตัวโบ้ยให้ไปถามฝ่ายชาย

"เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ที่ยังไม่ได้สรุปชัดเจนนะคะ ต้องรออีก 2-3 เดือน เดี๋ยวสรุปเมื่อไหร่ บัวจะให้พี่ๆ ถามเจ้าบ่าวเองนะคะ แต่ฤกษ์หมั้นก็ไปดูที่วัดสระเกศมาค่ะ ส่วนเรื่องพิธีช่วงเช้าคงเป็นพิธีแบบไทยโบราณ ตอนเย็นก็ฉลองปกติ ส่วนเรือนหอไม่แน่ใจตัวเลขที่แน่นอน แต่ตอนนี้กำลังสร้างคิดว่าน่าจะเสร็จทันเดือนพ.ย. นี้ เป็นที่เก่าแต่ปลูกใหม่ อยู่แถวนนทบุรีค่ะ"

พร้อมเผยหลังแต่งเตรียมบินฮันนีมูนมัลดีฟส์ ก่อนผลิตทายาททันที พร้อมย้ำหลังสละโสดไม่ทิ้งวงการบันเทิงแน่นอน.


http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=176183&NewsType=1&Template=1

วันพฤหัสบดีที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2551

ไว้อาลัย

หลังจากที่มีข่าวนักร้องสาวชื่อดัง บัวชมพู ฟอร์ด ประกาศแต่งงาน ทำให้หัวใจใครต่อใครต้องเศร้าสลดไปตามๆ กัน วันนี้ก็เลยอยากจะฝากเพลงเพลงนึงเอาไว้ เพื่อเป็นการไว้อาลัยให้กับความโสดของเธอ เชิญรับชม รับฟังได้เลย (อาจรอโหลดนานหน่อยสำหรับเน็ตอืดๆ)

วันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2551

วันพุธที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2551

วันอังคารที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2551

Do Re Me !

Doe, a deer, a female deer,
Ray, a drop of golden sun,
Me, a name I call myself,
Far, a long, long, way to run,
Sew, a needle puling thread,
La, a note to follow sol,
Tea, a drink with jam and bread
And that brings us back to doh, oh, oh, oh

วันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ไม่อยากจะตั้งชื่อเรื่อง

เริ่มจากเรื่องของการทำงานก่อนแล้วกัน ตอน ม.สี่. เราเป็นสต๊าฟฟ์ชุมนุมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ. ช่วงนั้นเป็นช่วงแรกๆ ที่เราเพิ่งเข้าชุมนุมนี้. งานแรกที่เรากับเพื่อนๆ ช่วยกันทำก็คือ จัดบอร์ดนิทรรศการเล็กๆ เกี่ยวกับวันสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอะไรซักอย่างก็จำไม่ได้แล้ว. เป็นบอร์ดให้ความรู้ซักสามสี่บอร์ด ตั้งอยู่ที่ศาลาเอนกประสงค์ของโรงเรียน. ระหว่างที่บอร์ดยังตั้งแสดงอยู่ก็มีรุ่นพี่ของชุมนุมไปดู. แล้วพอหมดงานก็ถึงเวลาสรุปงาน เค้าก็มา ... มาพร้อมกับสิ่งที่เค้าเรียกว่าคำด่า แต่สำหรับเราเป็นคำแนะนำที่ดีมากในชีวิตเลยทีเดียว. เราเองก็จำไม่ได้ละเอียดหรอกว่าพี่คนนั้นเค้าว่าอย่างไรบ้าง แต่คร่าวๆ คือ พี่คนนั้นเค้าเริ่มพูดตั้งแต่สีของพื้นหลังบอร์ด ว่าทำไมใช้สีนี้ๆ ควรไม่ควรอย่างไร, บอร์ดเอาไปตั้งตรงนั้นได้อย่างไร จะมีคนไปอ่านเหรอ, บอร์ดที่ทำไม่มีจุดเด่นเลย ทำไมไม่สร้างจุดเด่นให้กับบอร์ด เอาต้นไม้ไปตั้งๆ ว่างๆ ให้ดูดีหน่อยก็เด่นแล้ว, บอร์ดมีแต่ตัวหนังสือ ใครเค้าจะไปยืนอ่าน น่าจะมีรูปภาพเยอะกว่านี้. เหล่านี้คือคำตำหนิจากรุ่นพี่ที่ไม่ได้คำนึงเลยว่านึ่เป็นเพียงแค่งานแรกของเราเท่านั้น. เราไม่อยากไปตัดสินหรอกว่าวัฒนธรรมขององค์กรแบบนี้ดีหรือไม่ แต่เราแค่อยากจะบอกว่า เราเจอมาแบบนี้.

ทำไมเราถึงเริ่มต้นด้วยเรื่องนี้ ? เพราะเราต้องการจะโยงไปถึงสิ่งที่เพื่อนๆ ชอบบอกกันว่า รุ่นพี่มีแต่ด่าๆๆ. สำหรับเราสิ่งที่รุ่นพี่ว่าๆ มานั้น แรงน้อยกว่าสิ่งที่เราเคยประสบพบเจอในการทำงานแต่ก่อนเสียอีก. และอย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าเราไม่เรียกถ้อยคำตำหนิอย่างนั้นว่าคำด่าหรอก เราเรียกว่าคำแนะนำ เพราะสิ่งที่พี่เค้าว่ามานั้น ไม่ได้ออกมาจากใจที่เป็นอกุศล หรืออาฆาตแค้นพวกเราแต่อย่างใด.

เราขอยกตัวอย่างเรื่องเรื่องนึง เป็นเรื่องตอนพวกเราจัดรับน้องรุ่นที่ 6 กัน. จำได้หรือไม่ว่ามีกิจกรรมฐานนึง ที่ปิดตาน้องแล้วพาน้องเดินไปยังที่ต่างๆ แกล้งน้องบ้าง อะไรบ้าง. ระหว่างที่น้องถูกปิดตา พวกเราก็แกล้งน้องกันสารพัด เอาใบไม้บ้าง กิ่งไม้บ้างไปเสียงหูน้อง เสียงผมน้อง. หลังจากกิจกรรมนั้นเสร็จสิ้นไป มีรุ่นพี่เข้ามาตำหนิพวกเรา เราไม่แน่ใจว่ามีเพื่อนกี่คนที่มีรุ่นพี่เข้ามาพูดเรื่องนี้ด้วย. เรื่องที่เค้าตำหนิก็คือ ทำไมซี้ซั้วเอาอะไรก็ไม่รู้ไปทัดหูน้อง ไม่รู้เหรอว่าต้องใช้ใบจามจุรีเท่านั้น ! เพื่อนเราคนนึงก็บ่นว่า อะไรหนิ เรื่องแค่นี้เอง ทำไมต้องว่ากันด้วย ใครจะไปรู้ล่ะ. เราไม่เห็นด้วยกับคำพูดของเพื่อนคนนี้ซักเท่าไหร่ เพราะเราคิดว่าสิ่งที่เราไม่รู้ และมีคนบอกให้เรารู้ เราก็ควรยอมรับฟังเอาไว้ สิ่งที่เราทำพลาดไป ก็อย่าให้มันเกิดอีก. จะมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กน้อยก็ไม่เชิง เพราะเราถือว่าเป็นวัฒธรรม ประเพณี และเป็นเอกลักษณ์ที่ดีงามอย่างหนึ่งของความเป็นจุฬาฯ ถ้าเราละเลยไม่ปฏิบัติตาม รุ่นน้องต่อๆ ไปก็คิดว่ามันไม่มี ไม่เคยมี ก็จะละเลยกันต่อไปเป็นรุ่นๆ แล้วสุดท้าย สิ่งนี้ก็จะหายไปจากสารบบ. การที่รุ่นพี่เตือนเราในเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้องสมควรทำอยู่แล้ว เพราะสิ่งที่เราทำลงไปนั้นเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงกาล.